— เรื่องของพวกเขา
คุณ ตู่, 38เขียนถึงลูกชาย + ภรรยา
— letter preview
“ถึงลูกชาย · เรื่องที่พ่อจะเล่านี่ พ่อเก็บไว้คนเดียวมา 11 ปี · พ่อเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ภาคใต้...”
ฉบับที่ คุณ ตู่ ฝากไว้
ผมชื่อตู่ อายุ 38 เคยเป็นจ่าทหารบก ปลดประจำการเมื่อ 5 ปีที่แล้วเพราะปัญหาสุขภาพจิต — Post-Traumatic Stress Disorder · ตอนนี้ผมทำงาน security manager ที่ห้างแห่งหนึ่ง · มีภรรยาและลูกชายอายุ 4 ขวบ
12 ปีที่ผมรับราชการ ผมประจำที่ภาคใต้ 5 ปี · ปี 2557-2562 · ในนั้นมีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟัง รวมถึงภรรยา · จิตแพทย์ทหารรู้ — แต่อยู่ในเอกสารราชการ ไม่มีใครเปิดอ่าน
เหตุการณ์นั้น — มีพลเรือนคนหนึ่งเสียชีวิตจากการปะทะ · ผมไม่ใช่คนยิง แต่ผมเป็นคนที่อยู่ในทีม · ผมเห็นทุกอย่าง · ในรายงานทางการ มันเป็น ‘casualty in crossfire’ — แต่ในใจผม มันเป็นใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมยังเห็นอยู่ทุกครั้งที่หลับตา
ทำไมไม่พูด
ผมไม่พูดเพราะ 3 เหตุผล
หนึ่ง — มันไม่ใช่ความผิดของผม legal-wise · ทีมทำตามขั้นตอน · ผู้หญิงคนนั้นอยู่ผิดที่ผิดเวลา · ถ้าผมพูดออกไป มันเหมือนผมพยายามขอเห็นใจในสิ่งที่ไม่ควรขอ
สอง — มันไม่เหมาะกับใครฟัง · ภรรยาผมไม่ใช่จิตแพทย์ · เพื่อนผมก็เคยอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ พูดกันไปก็ rewind ความเจ็บของอีกคน
สาม — ผมไม่อยากเห็นหน้าภรรยาตอนเธอเปลี่ยนใจกับผม · ถึงเธอจะบอกว่าไม่เปลี่ยน แต่มันต้องเปลี่ยน · เธอจะมองผมต่างไปอย่างน้อย 1%
“บางเรื่องผมพูดสดๆ ไม่ออก · ไม่ใช่เพราะอาย · เพราะผมไม่อยากเห็นหน้าคนฟังตอนเขาเปลี่ยนใจกับผม”
ทำไมต้องเขียนตอนนี้
ลูกชายผมอายุ 4 ขวบ · เขาจะโต และมีวันที่เขาเห็นพ่อตื่นตอนกลางคืน เห็นพ่อเหม่อ เห็นพ่อหายไปทางจิตใจในวงข้าว · เขาจะถามว่า ‘พ่อเป็นอะไร’
ผมไม่อยากให้เขาคิดว่าพ่อเป็นคนแปลก หรือเป็นคนไม่มีความสุข · ผมอยากให้เขารู้ว่า พ่อมี baggage ที่หนัก และพ่อแบกมันเก่งขึ้นทุกปี
ในจดหมายฉบับนี้ ผมเขียนเรื่องที่เกิดขึ้น เขียนชื่อคนที่เสียชีวิต (เท่าที่ผมรู้) เขียนว่าผมพยายามจะตามหาครอบครัวเขามาช่วยอย่างไม่เปิดเผยทุกปี · ผมส่งเงินไปให้ทุกปีผ่าน NGO ที่ทำงานในพื้นที่ — แต่ทำแบบไม่ระบุชื่อ
ฉบับถึงลูกชาย เปิดอ่านตอนอายุ 18
ถึงลูกชาย · เรื่องที่พ่อจะเล่านี่ พ่อเก็บไว้คนเดียวมา 11 ปี · พ่อเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ภาคใต้ มีพลเรือนเสียชีวิต · ลูกอาจถามว่าทำไมพ่อร้องไห้คนเดียวในรถบางครั้ง · นี่คือคำตอบ · พ่อไม่ได้เป็นคนยิง แต่พ่ออยู่ที่นั่น และพ่อจะอยู่ที่นั่นในใจตลอดชีวิต · ลูกไม่ต้องไปสานต่อ ไม่ต้องเปิดเผย — แค่รู้ว่า พ่อไม่ใช่คนใจดำ พ่อเป็นคนที่พยายามเป็นคนดีในระบบที่ไม่อนุญาตให้คนเป็นคนดีตลอดเวลา...
ผมเขียนถึงภรรยาด้วย · ผมขอโทษเธอที่ไม่บอกตอนแต่งงาน · ผมบอกเธอว่ามันไม่ใช่ความไม่ไว้ใจ · มันคือความกลัวว่าจะเสียเธอ และผมไม่กล้าเสี่ยง
สิ่งที่ผมเรียนรู้
หนึ่ง — ความลับที่กดทับ ไม่หายไปเมื่อตาย · มันส่งต่อในรูปแบบ ‘พ่อแปลกๆ’ ในความทรงจำของลูก
สอง — การเขียนทิ้งไว้ ไม่ใช่การสารภาพบาป · มันคือการให้คนรักได้เข้าใจ baggage ของเราหลังจากเราไม่อยู่อธิบายแล้ว
สาม — ทหารไม่ใช่ฮีโร่ในเสื้อเขียว · ทหารคือคนที่กลับบ้านพร้อมเรื่องราว และต้องการพื้นที่เล่ามันโดยไม่ถูกตัดสิน
— สิ่งที่ได้เรียนรู้
ถ้าคุณเก็บความลับที่หนักไว้ · เขียนมันไว้ก่อน · คนที่คุณรักไม่ต้องเข้าใจในวันที่คุณยังอยู่ — แต่เขาจะต้องการคำอธิบายในวันที่คุณไม่อยู่แล้ว
“บางเรื่องผมพูดสดๆ ไม่ออก · ไม่ใช่เพราะอาย · เพราะผมไม่อยากเห็นหน้าคนฟังตอนเขาเปลี่ยนใจกับผม”
ใช้เวลาเขียน
90 นาที
ฝากให้
2 คน
เผยแพร่
15 มกราคม 2569