— เรื่องของพวกเขา
คุณ บอย, 34เขียนถึงลูกชายที่มีสองวัฒนธรรม
— letter preview
“ถึงทาเคชิลูกพ่อ · เล่มนี้คือเล่ม ‘คุณมาจากไหน’ · ฝั่งพ่อมาจากนครศรีฯ ฝั่งแม่มาจากเกียวโต — ผมจะเล่าทั้ง 2 ฝั่ง...”
ฉบับที่ คุณ บอย ฝากไว้
ผมชื่อบอย อายุ 34 ทำงาน software architect · ภรรยาผมชื่ออายาโกะ เป็นชาวญี่ปุ่นจากเกียวโต · เราเจอกันที่โตเกียวตอนผมไปทำงานที่นั่น 5 ปี · แต่งงาน 2562 มีลูกชายชื่อ ทาเคชิ ตอนนี้ 3 ขวบ
ตอนนี้เราอยู่กรุงเทพ ฯ · ทาเคชิพูดไทย ญี่ปุ่น และอังกฤษ — บ้านเราเปลี่ยนภาษาทุก 5 นาที · เขาเรียกผมว่า ‘พ่อ’ และเรียกแม่ว่า ‘オカア’ (โอกา-อา = แม่ในภาษาญี่ปุ่น)
ผมกับอายาโกะคุยกันตั้งแต่ตอนท้องลูก ว่าจะเลี้ยงลูกเป็นอะไร · เราตัดสินใจว่า — เราไม่จะให้ลูกเลือก · ลูกจะเป็นทั้งสอง · ไม่ใช่ครึ่ง — เป็นทั้งคน 2 ครั้ง
ทำไมต้องเขียนประวัติบรรพบุรุษ
ลูกครึ่งหลายคนที่ผมรู้จัก โตขึ้นแล้วรู้สึก ‘ไม่ใช่ที่ไหน’ · อยู่ไทยก็ถูกถามว่าเป็นต่างชาติ · อยู่ญี่ปุ่นก็ถูกมองว่าเป็น ‘gaijin’ · ปัญหาคือ — เขาไม่มี story ที่ยึดเหนี่ยว
ผมอยากให้ทาเคชิรู้จักปู่ย่าตายาย และทวด — ทั้ง 2 ฝั่ง · ผมเขียนหนังสือ 2 เล่ม
เล่มที่ 1 — ฝั่งพ่อ (นครศรีฯ)
บรรพบุรุษของผมเป็นชาวนาในนครศรีธรรมราช · ทวดของผม (พ่อของย่า) อพยพมาจากจีนตอนใต้สมัยรัชกาลที่ 5 ราว 1890 · มาตั้งรกรากที่นครศรีฯ เริ่มจากเป็นกุลีในสวนยาง
ทวดมีลูก 9 คน · ย่าของผมเป็นคนที่ 6 · ย่าเป็นคนแรกในตระกูลที่ได้เรียนหนังสือ · ย่าเรียนจบ ม. 6 แต่งงานกับปู่ที่เป็นครูประจำหมู่บ้าน · ปู่กับย่ามีลูก 4 คน · พ่อผมเป็นคนเล็ก
พ่อผมเรียนจบจากจุฬาฯ เป็นคนแรกในตระกูล · ทำงานเป็นวิศวกรในกรุงเทพ ฯ · พ่อแต่งงานกับแม่ที่เป็นคนกรุงเทพ ฯ · มีลูกคนเดียว — ผม
ผมเขียนถึงทาเคชิว่า ‘ลูกมาจากครอบครัวที่อพยพ ที่ลำบาก ที่ทำงานหนัก ที่ไต่จากกุลี ขึ้นมาเป็นวิศวกร ใน 4 generation · ลูกไม่ได้มาจากที่ว่างเปล่า ลูกมาจากเส้นทาง 130 ปี’
เล่มที่ 2 — ฝั่งแม่ (เกียวโต)
ครอบครัวอายาโกะอยู่ที่เกียวโตมา 11 generation · นับจากทะเบียนวัดในเขต Higashiyama · ทวดทวดของอายาโกะเป็นคนทำเครื่องเขิน (lacquerware) · ส่งต่อร้านจาก พ่อ-ลูก เป็นเวลา 4 generation
ปู่ของอายาโกะรอดสงครามโลกครั้งที่ 2 · ปู่เคยเล่าให้อายาโกะฟังว่าตอนเด็กเขาเห็นเครื่องบิน B-29 บินผ่านเกียวโตไปทิ้งระเบิดที่นาโกย่า · เกียวโตรอดเพราะอเมริกาไม่ทิ้ง (มีตำนานว่ารัฐมนตรี Stimson เคย honeymoon ที่เกียวโต) · ครอบครัวของอายาโกะอยู่ในย่าน Gion ที่ยังมีบ้านโบราณอยู่
อายาโกะเป็นคนแรกในตระกูลที่ออกจากเกียวโตไปทำงานต่างประเทศ · ลุงของเธอเสียใจที่ลูกๆ ไม่ได้สืบทอดร้านเครื่องเขิน · แต่ลุงให้พรเธอเต็มที่ตอนแต่งงานกับผม
ผมเขียนถึงทาเคชิว่า ‘ลูกมาจากครอบครัวที่ทำเครื่องเขินมาก่อนเกิดประเทศไทยเป็น modern state · ลูกมีสายเลือดของช่างฝีมือที่ทำงานละเอียดมา 11 รุ่น · ถ้าลูกชอบงานละเอียด ชอบความเงียบ ชอบทำซ้ำให้สมบูรณ์ — มันมาจากที่นี่’
คำนำของหนังสือ 2 เล่ม
ถึงทาเคชิลูกพ่อ · เล่มนี้คือเล่ม ‘คุณมาจากไหน’ · ฝั่งพ่อมาจากนครศรีฯ ฝั่งแม่มาจากเกียวโต · พ่อจะเล่าทั้ง 2 ฝั่ง ไม่ใช่เพราะลูกต้องเลือกหนึ่งฝั่ง · แต่เพราะลูกมีทั้งสอง · ในวันที่ลูกเจอคนที่ถามว่า ‘คุณเป็นคนที่ไหน’ ลูกตอบเขาได้สั้นๆ ว่า ‘ผมเป็นคนเอง’ · แต่ถ้าเขายังไม่เข้าใจ ลูกเปิดเล่มนี่แล้วเล่าให้เขาฟัง...
เครื่องมือที่ผมใช้
ผมใช้ ฝากไว้ เก็บ master file ของหนังสือ 2 เล่มนี้ · พร้อมภาพถ่ายเก่าๆ ที่ scan ไว้ 800 รูป · video interview ของย่าและของลุงอายาโกะ — ทั้งคู่อายุ 80+ แล้ว · ผมรู้ว่าถ้าผมไม่ทำตอนนี้ ทาเคชิจะไม่ได้ยินเสียงพวกเขาอีก
Trigger ที่ตั้งไว้ — เปิดได้ 3 ครั้ง · ตอนทาเคชิอายุ 12, 18, และ 30 · 3 ช่วงที่เขาจะมีคำถามเรื่อง identity ต่างกัน
“ลูกผมไม่ใช่ ‘ครึ่งคนไทย ครึ่งคนญี่ปุ่น’ · ลูกผมคือคนทั้งคนของ 2 ที่”
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้
หนึ่ง — Identity ของลูกครึ่ง ไม่ได้เป็นปัญหาที่ต้องแก้ · มันคือ asset ที่ต้องเลี้ยง
สอง — ประวัติบรรพบุรุษไม่ได้น่าเบื่อ · มันคือ stories ของคนที่ลูกจะรู้สึกใกล้ชิดในวันที่ลูกอยากรู้ว่าตัวเองคือใคร
สาม — ในยุคที่ทุกคนอพยพไปทุกที่ · การเขียนประวัติครอบครัวคือของขวัญที่หายากที่สุด
— สิ่งที่ได้เรียนรู้
ลูกหลานของคุณจะถามว่า ‘ฉันมาจากไหน’ ในวันที่คุณไม่อยู่ตอบ · เตรียมคำตอบไว้ก่อน · ในรูป documents, ภาพถ่าย, และเสียงของคนรุ่นก่อน
“ลูกผมไม่ใช่ ‘ครึ่งคนไทย ครึ่งคนญี่ปุ่น’ · ลูกผมคือคนทั้งคนของ 2 ที่”
ใช้เวลาเขียน
220 นาที
ฝากให้
1 คน
เผยแพร่
8 มีนาคม 2569